ดวงดาวต่างๆเป็นดวงดาวระบบหนึ่งที่มองเห็นด้วยตาเปล่า   ยังมีดวงดาวอีกมากมายนับเป็นหมื่นล้านระบบที่อยู่ไกลออกไป   เราเรียกระบบของดวงดาว  หรืออาณาจักรของดวงดาวว่า   กาแล็กซี  ( Galaxy )   หรือดาราจักร   นักดาราศาสตร์ชื่อ  เอ็ดวิน  พี  ฮับเบิล  (Edwin  P.Hubble )  ได้จำแนกดาราจักรตามลักษณะรูปร่างออกเป็น   3   ประเภท  คือ
                           1.ดาราจักรกลมรี  ( Elliptical   Galaxies ) ดาราจักรประเภทนี้มีรูปร่างหลายแบบตั้งแต่
เป็นจานกลมจนกระทั่งมีรูปร่างเป็นวงรี                              
         ดาราจักรประเภทนี้มีความยาวของแกนยาวเป็น  5  เท่าของแกนสั่น  รูปร่างของดาราจักรนี้จะแบนมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการหมุนของตัวเอง   ถ้าหมุนช้ารูปร่างจะค่อนข้างกลม   แต่ถ้าหมุนเร็วรูปร่างจะค่อนข้างแบน
                           2.ดาราจักรแบบก้นหอย  ( Spiral   Galaxies )  คาราจักรประเภทนี้แบ่งออกเป็น  2  ชนิด   คือ
                              2.1ดาราจักรแบบก้นหอยธรรมดา  ( Normal  Spiral  Galaxies )  ดาราจักรชนิดนี้มีโครงสร้างและส่วนประกอบภายในแตกต่างจากดาราจักรแบบกลมรี   มีแขนโค้งเหมือนลายก้นหอยหรือกังหันเด็กเล่น   ดังรูป  ตัวอย่างของดาราจักรชนิดนี้คือ   ดาราจักรทางช้างเผือก  ที่ระบบสุริยะของเราเป็นส่วนหนึ่งของดาราจักรนี้   นอกจากนี้ได้แก่  ดาราจักรแอนโดรเมดา                                            
                           2.2ดาราจักรแบบก้นหอยคาน  ( Barred  Spiral  Galaxies )  มีลักษณะคล้ายกับดาราจักรแบบก้นหอยธรรมดา  แต่ตรงกลางมีลักษณะเป็นคาน   และมีแขนลักษณะแบบของดาราจักรแบบก้นหอยธรรมดาต่อออกมาจากปลายคานทั้งสอง
                       3.ดาราจักรแบบไร้รูปร่าง  ( Irregular  Galaxies )  ดาราจักรชนิดนี้แตกต่างไปจาก  2  แบบแรก  คือ  ไม่มีใจกลาง  ไม่มีแขนที่โค้งเป็นก้นหอยและไม่มีระนาบของความเป็นสมมาตรกัน   ตัวอย่างของดาราจักรชนิดนี้ได้แก่  ดาราจักรแมกเจลแลนใหญ่  และดาราจักรแมกเจลแลนเล็ก   ซึ่งดาราจักรทั้ง  2  นี้อยู่ใกล้ดาราจักรทางช้างเผือกประมาณ  150,000  ปีแสง  และ  200,000  ปีแสง  ตามลำดับ
           ดาราจักรทั้งหลายในจักรวาลไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยว   แต่จะรวมกันอยู่เป็นกระจุกหรือกลุ่ม   กระจััดกระจายในอวกาศ  บางกระจุกประกอบด้วยดาราจักรหลายแบบปะปนกันอยู่
                    นอกจากดาราจักรแล้วยังมีกลุ่มดาวอีกประเภทหนึ่ง  เรียกว่า  เนบิวลา  ( Nebula )ซึ่งจะเห็นได้โดยใช้กล้องโทรทัศน์ส่องดู   มองคล้ายก้อนเมฆ   เนบิวลาประกอบด้วยกลุ่มก๊าซ  ดาวฤกษ์นับพันล้านดวง  และกลุ่มฝุ่นต่างๆ ปนกันอยู่  เนบิวลาบางแห่งมีแต่กลุ่มก๊าซและฝุ่น
ไม่มีดาวฤกษ์เลยก็มี  บางเนบิวลาก็คลายกลุ่มควันมืดทึบลอยเกาะกลุ่มกันอยู่
                          ดวงดาวที่สังเกตเห็นแสงกระพริบระยิบระยับในตอนกลางคืนนั้นเราเรียกว่า  ดาวฤกษ์  ซึ่งอยู่ในดาราจักรทางช้างเผือก  ( Milky  way  Galaxy )  ชาวกรีกโบราณเรียกดาราจักรทางน้ำนม   ในดาราจักรนี้ประกอบด้วยดาวฤกษ์หนึ่งแสนล้านดวง   ดาวฤกษ์แต่ละดวงอาจมีความแตกต่างด้านในด้านขนาด  มวล  ความหนาแน่น  อุณหภูมิ  และปริมาณพลังงานที่ปล่อยออกมา  โดยสีของดาวฤกษ์นี้จะบอกอายุและอุณหภูมิของดวงดาวนั้น  ดาวสีแดงมีอุณหภูมิต่ำและมีอายุมากกว่าดาวสีน้ำเงิน   ดาวฤกษ์แต่ละดวงอาจมีบริวารโคจรอยู่รอบๆ  ดาวบริวารไม่มีแสงสว่างในตัวเองแต่จะได้รับพลังงานที่ปลดปล่อยออกมาจากดาวฤกษ์นั้น  เราเรียกดาวบริวารเหล่านี้ว่า  ดาวเคราะห์
                          การสังเกตความแตกต่างของดาวฤกษ์กับดาวเคราะห์สามารถพิจารณาได้  2  วิธี  คือ
        1.สังเกตการส่องแสงของดวงดาว   ถ้าดวงดาวนั้นกระพริบแสงก็จัดเป็นดาวฤกษ์   แต่ถ้าดาวดวงนั้นมีแสงสว่างนวลนิ่งไม่อยู่ ณ  ตำแหน่งเดิมเมื่อเทียบกับดาวส่วนใหญ่ก็จัดเป็นดาวเคราะห์
        2.สังเกตการเคลื่อนที่  ถ้าดาวแต่ละดวงไม่เคลื่อนที่และเกาะกลุ่มกันอยู่ในตำแหน่งเดิม
ก็จัดเป็นดาวฤกษ์  แต่ถ้าดาวแต่ละดวงมีการเคลื่อนที่ไม่อยู่  ณ ตำแหน่งเดิม
เมื่อเทียบกับดาวส่วนใหญ่ก็จัดเป็นดาวเคราะห์
                          การที่เรามองเห็นดาวฤกษ์กระพริบแสงอยู่ตลอดเวลาเกิดจากสาเหตุใด   ทำไมดาวเคราะห์
จึงไม่กระพริบแสง   นักดาราศาสตร์ได้ทำการศึกษาและให้คำตอบว่า   เนื่องจากบรรยากาศของดลก   และลักษณะลำแสงของดวงดาวต่างๆ  กล่าวคือ   ดาวฤกษ์อยู่ไกลจากโลกมาก   ดังนั้นแสงจากดาวฤกษ์จึงคล้ายกกับแสงเส้นเดียว   เมื่อผ่านมายังบรรยากาศจึงเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา   แสงจะหักเหอย่างไม่คงที่   ทำให้แสงเส้นเดียวเคลื่อนไหวไปมา   เราจึงเห็นดาวฤกษ์กระพริบแสง   ส่วนดาวเคราะห์อยู่ใกล้โลกมากกว่าแสงสะท้อนจากดาวเคราะห์จึงไม่เป็นแสงเดี่ยว  แตะเป็นลำแสงใหญ่ซึ่งประกอบด้วยแสงเดี่ยวมากมาย   เมื่อผ่านบรรยากาศของโลกก็ถูกหักเหอย่างไม่คงที่   ลำแสงเดี่วยแต่ละลำจะเคลื่อนไหวไปมาอยู่ในขอบเขตของลำแสงใหญ่ดังนั้นแสงจากดาวเคราะห์จึงมีการกระพริบน้อยมาก   ยิ่งถ้าอากาศไม่แปรปรวนจะเป็นจุดสว่างนวลดูเหมือนไม่กระพริบแสงเลย
 
ดาว
ดาว