สำนวน อาจมีจำนวน 2 ถึง 12 คำ อาจมีเสียงสัมผัสหรือไม่มีก็ได้    เช่น คลุกคลีตีโมง คว้าน้ำเหลว สร้างวิมานในอากาศ ดูช้างให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่ รำไม่ดี หมูไม่กิน ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ
     สำนวน เป็นการใช้ภาษากล่าวถึงเรื่องราว เหตุการณ์ต่าง ๆ อย่างกระทัดรัด ได้ความหมาย ซึ่งสรุปครอบคลุมเหตุการณ์ อาจใช้ถ้อยคำคล้องจอง เพื่อให้จำง่าย และใช้กันอย่างแพร่หลาย ตัวอย่างของสำนวนต่าง ๆ พร้อมความหมายมีดังนี้
กงกำกงเกวียน         ทุกข์สุขเป็นไปกรรมที่สร้างไว้
กระดี่ได้น้ำ              ดีใจเกินควร
ไก่แก่แม่ปลาช่อน     เล่ห์เหลี่ยมมาก
แกงจืดจึงรู้คุณเกลือ เมื่อได้รับความลำบาก จึงนึกถึงคุณ
กำปั้นทุบดิน             ตอบแบบขอไปที ให้พ้น ๆ ตัว
ขมิ้นกับปูน               ไม่ถูกกัน
เข้าด้ายเข้าเข็ม           เวลาสำคัญ
ขิงก็รา ข่าก็แรง         ต่างก็แข็งเข้าหากัน ไม่ยอมเสียเปรียบกัน
เข้าตาจน                    หมดหนทาง
ไข่ในหิน                   ระมัดระวังเต็มที่ 
คลุมถุงชน                 แต่งงานกันโดยการบังคับของผู้ใหญ่
คืบก็ทะเล ศอกก็ทะเล อันตรายจากทะเล มีมาก
คางคกขึ้นวอ แมงปอใส่ตุ้งติ้ง ไม่สมกับฐานะหรือตำแหน่งที่ได้มา
คนตายขายคนเป็น    จัดงานศพใหญ่โต จนเป็นหนี้สิน
จนมุม                        ไม่มีทางหนี
จับปลาสองมือ           ทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกัน ย่อมได้ผลไม่ดี
ชักใบให้เรือเสีย        ชักชวนให้เสียความตั้งใจ
ชักหน้าไม่ถึงหลัง    รายได้ไม่พอกับรายจ่าย
เชื้อไม่ทิ้งแถว           ลูกย่อมมีอุปนิสัยเหมือนพ่อแม่
เดินลอยชาย            เดินตามสบาย
ตีปลาหน้าไซ         ขัดขวาง มิให้เขาทำงานได้สำเร็จ
ตีนแมว                   คนย่องเบา ขโมย            ฯลฯ
 

 

สำนวน
 
ความหมายของสำนวน
สำนวน         คือ ถ้อยคำที่เรียบเรียงโดยไม่เคร่งครัดในหลักไวยากรณ์ แต่ก็ถือว่าเป็นภาษาที่ถูกต้อง
สำนวนนี้มักจะเป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ เช่น ขว้างงูไม่พ้นคอ กินปูนร้อนท้อง ใจดีสู้เสือ
คำพังเพย    เป็นคำที่มีลักษณะติชมหรือแสดงความคิดเห็น เช่น ทำนาบนหลังคน ตีงูข้างหาง
คำสุภาษิต   คือ คำกล่าวที่เป็นความสัตย์จริงทุกสมัย สอนให้ประพฤติดีงาม เช่น ความประมาทเป็นทางแห่งความตาย   ชนะตนนั่นแหละเป็นคนดี คบคนพาลพาไปหาผิด คบบัณฑิตบัฑิตพาไปหาผล  
                ที่มาของสำนวน
1. เกิดจากสัตว์ เช่น ไก่แก่แม่ปลาช่อน กระต่ายหมายจันทร์
2. เกิดจากธรรมชาติ เช่น คลื่นใต้น้ำ ฝนตกไม่ทั่วฟ้า
3. เกิดจากประเพณี เช่น ขนทรายเข้าวัด คนตายขายคนเป็น
4. เกิดจากลัทธิศาสนา เช่น แก่วัด คว่ำบาตร
5. เกิดจากการละเล่น เช่น แก้ลำ สู้จนเย็บตา
6. เกิดจากนิยายตำนาน เช่น มาก่อนไก่ ปากพระร่วง
7. เกิดจากส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ปากบอน ตาเป็นสับปะรด ตีนเท่าฝาหอย
 
                การใช้วิจารณญาณในการฟัง
วิจารณญาณ  เป็นการสมาสคำจากคำว่า  วิจารณ + ญาณ
วิจารณ           หมายถึง การคิด ใคร่ครวญ โดยใช้เหตุผล
ญาณ               หมายถึง ปัญญา ความรู้ในชั้นสูง
วิจารณญาณ คือ ปัญญาสามารถสันนิษฐานเหตุผล การใช้วิจารณญาณในการฟังเริ่มด้วย
ผู้รับสารฟังสารด้วยความตั้งใจพยายามทำความเข้าใจกับเนื้อหาที่ได้ฟังพร้อมทั้งคิดใคร่ครวญตามไปด้วย
 

 
สำนวน                      สำนวน
จัดทำโดยนางสาวยุพดี   พละศักดิ์