Agreements

Agreements  หมายถึงความสอดคล้องกันระหว่างประธานกับกริยาหรือระหว่างคำนามกับสรรพนามก็ได้

1.      Subject + Verb  ระหว่างประธานกับกริยา

1.1  ถ้าประธานเป็นเอกพจน์ กริยาต้องเป็นเอกพจน์ ถ้าประธานเป็น พหูพจน์ กริยาต้องเป็นพหูพจน์ด้วยเช่น

 A stranger is coming up the path. คนแปลกหน้ากำลังเดินมาตามถนน

Several boys are walking through the park.เด็กชายหลายคนกำลังเดินผ่านสวน

2.Collective Noun คือคำนามที่แสดงความเป็นกลุ่มก้อน ใช้ได้ 2 ประเด็น คือ ถ้ามีความหมายเป็นหน่วยเดียวกัน รวมกัน จะใช้กริยา เอกพจน์ แต่ถ้ามีความหมายแยกกันจะใช้กริยาพหูพจน์เช่น

A huge crowd is gathering in the stadium.ฝูงชนรวมกันอยู่ในสนามกีฬา

All  the family are coming here for the holidays.ครอบครัวมาที่นี่เพื่อพักผ่อนวันหยุด

 Note: collective noun ต่อไปนี้ จะมีคำกริยาเป็นพหูพจน์เสมอ

People ประชาชน     police ตำรวจ gentry ผู้ดี  cattle วัวควาย   clergy พระ  poultry  เป็ดไก่

1.3 คำนามต่อไปนี้ลงท้าย ด้วย s แต่เป็นเอกพจน์ และใช้กริยาเอกพจน์เสมอ

เช่น news ข่าว   tropics เขตร้อน  physics ฟิสิกส์ means วิธี  goods  สินค้า  politics  การเมือง mathematics  วิชาคณิตศาสตร์

1.4 คำนามที่เป็น จำนวนเงิน จำนวนเวลา จำนวนระยะทาง แม้จะมีรูปเป็นพหูพน์ แต่จะใช้กับกริยาเอกพจน์เสมอ เช่น

Five dollars is not enough to buy that dress เงิน5 เหรียญไม่พอที่จะซื้อชุดนั้น

1.5 คำว่า  or , eithr…or (อย่างใดอย่างหนึ่ง)  neither….nor (ไม่ทั้งสองอย่าง)เมื่อนำไปเชื่อมคำนามเข้าด้วยกันจะใช้กริยาตามคำนามที่อยู่ข้างหลังเช่น

A pen or pencil is required. ใชัปากกาหรือดินสอก็ได้

Neither the bus nor the trains are running.ทั้งรถประจำทางและรถไฟไม่วิ่ง