บทเรียนเรื่อง  การวิเคราะห์เรื่องสั้น
 
 
                                  เรื่องสั้น
        เรื่องสั้น  คือเรื่องซึ่งบรรจุคำประมาณ 1,000 - 10,000 คำ  อ่านรวดเดียวจบในเวลา  5 นาทีหรืออย่างมากไม่เกิน 40 นาที  ใช้เวลาอ่านน้อย  รู้เรื่องทันอกทันใจ  เป็นอาหารว่างของจิตใจ  ในเวลาพักผ่อน  เรื่องสั้นที่ดีย่อมทำให้เกิดความเพลิดเพลิน  ลืมภารกิจกังวลได้ชั่วขณะ 
ลักษณะของเรื่องสั้น  มีดังนี้
1.ต้องมีโครงเรื่อง  (Plot )  โครงเรื่อง  คือ อุบายหรือกลวิธีที่จะสร้างเรื่องให้สนุกสนาน  น่าอ่าน  โดยการผู้ปมของเรื่องให้มีข้อขัดแย้ง  มีอุปสรรคเกิดขึ้นกับตัวละคร  ส่วนใหญ่มักจะมีเพียงปมเดียว  เมื่อตัวละครสามารถคลี่คลายปัญหาได้ อันเป็นจุดสุดยอดของเรื่อง  ซึ่ง  เรียกว่า  จุดสุดยอดหรือจุด Climax  เรื่องก็จบลง    ยกเว้นเรื่องสั้นชนิดผูกปมอาจมีหลายหลายปมหรือมีหลายข้อขัดแย้งหรือหลายปัญหา
2.เรื่องสั้นต้องมีจุดมุ่งหมายอย่างเดียว  และมีผลเพียงอย่างเดียว  คือแต่ละเรื่องจะแสดงความคิด  หรือโลกทัศน์แง่ใดแง่หนึ่งของชีวิตเพียงอย่างเดียว
3.ต้องใช้ฉากน้อย  และมีช่วงที่เกิดเหตุการณ์ในเรื่องน้อย  คือกล่าวถึงสถานที่ที่เกิดเหตุการณ์ไม่กี่แห่ง  และช่วงเวลาที่ตัวละครมีบทบาทในท้องเรื่องก็กล่าวอย่างรวบรัด 
4.เรื่องสั้นต้องมีตัวละครน้อย  โดยเฉพาะตัวละครสำคัญควรมี 1 ตัวตัวประกอบ สัก 2 ตัวเท่านั้น
5.มีขนาดสั้นคือเขียนอย่างประหยัดถ้อยคำ
องค์ประกอบของเรื่องสั้น
๑.การเปิดเรื่อง  เรื่องสั้นไม่ควรเปิดเรื่องให้อืดอาด  ยืดยาว  เช่น  เปิดเรื่องด้วยการบรรยาย  เช่น เรื่องมอม  ให้พระเอกกับนางเอกขับรถชนกัน  โดยการพรรณาฉาก  การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งฯลฯ
๒.การดำเนินเรื่อง  ให้ดำเนื่องตามโครงเรื่องที่วางไว้  เช่น
        ๒.๑  ดำเนินเรื่องตามเหตุการณ์ก่อนหลัง
        ๒.๒  ดำเนินเรื่องโดยการเอาเหตุการณ์ตอนท้ายขึ้นก่อน
        ๒.๓ ดำเนินเรื่อง  โดยเล่าย้อนไปย้อนมา
    ดำเนินเรื่องไปจนถึงจุดไคลแม๊กซ์ของเรื่อง (CLimax) คือจุดสุดยอดของเรื่อง  เป็นจุดคลี่คลายปมปัญหา  หรือจุดที่ตอบข้อสงสัยของผู้อ่านนั่นเเอง  เช่น ทำไมต้องรีบเผาศพในวันที่ตาย ฯลฯ
        วิธีการบรรยายในการดำเนินเรื่อง
                       1.ผู้แต่งเป็นผู้นำเรื่องมาเล่าต่อ
                       2.ผู้แต่งเล่าเรื่อง  โดยประสบเหตุเอง
                        3.ผู้แต่งเป็นผู้บรรยายเรื่องทั้งหมด
๓.การปิดเรื่อง  เป็นตอนที่สำคัญที่สุดเพราะผู้อ่านต้องการทราบว่าเรื่องจะจบลงอย่างไร  เช่น
    ๓.๑ จบแบบหักมุม  แบบที่ผู้อ่านคาดไม่ถึง
    ๓.๒ จบแบบโศกนาฏกรรม  เช่น พระเอกตาย
    ๓.๓ จบแบบสุขนาฏกรรม  คือ จบลงด้วยความสำเร็จ  สมหวัง
    ๓.๔ จบแบบเป็นจริงในชีวิต  เช่น  จบแบบฝากปัญหาให้ผู้อ่านไปขบคิด