อาจารย์เกียรติศักดิ์ พลภูมิชัย
 
( ครูต้าร์ )อาจารย์ 2 ระดับ 6
กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
 
โรงเรียนกันทรารมณ์ อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ
 
 
  
 

ออกกำลังกายกันเถอะ
 
        ออกกำลังกายอย่างไร..
               ....ร่างกายจึงไม่บาดเจ็บ....
 
 
 
 
ปัญหาสุขภาพกับการรักษาเบื้องต้น
 


รู้จักการรักษาสุขภาพเบื้องต้น
  เป็นการให้ความสนใจเกี่ยวกับสุขภาพตนเอง
  เป็นสิ่งแรกที่เราควรกระทำ
 
 
แหล่งการเรียนรู้สาระสุขศึกษาและพลศึกษา
 
รู้สุขภาพวันละนิดจิตแจ่มใส่


   มารู้เรื่องสุขภาพเพื่อการรักษาสุขภาพกัน
           จะทำให้ชีวิตสดใสยืนยาว
พัฒนาการมนุษย์
เรื่อง  : ลักษณะของการพัฒนา
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง  : รู้และเข้าใจชนิดของการเปลี่ยนแปลงทางพัฒนาการ
ลักษณะของการพัฒนาการ
1. พัฒนาการเป็นไปตามแบบฉบับของมันเอง         ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์จะมีพัฒนาการเ้ป็นของตนเอง  โดยจะไม่เหมือนกันและมีแบบแผนการพัฒนาคล้ายกัน เช่น เด็กทุกคนสามารถคว่ำได้ก่อนคลาน ยืนได้ก่อนเดิน
2. พัฒนาการไม่ว่าจะเป็นด้านใดก็ตาม จะเริ่มจากส่วนใหญ่ได้ก่อนส่วนย่อย ส่วนบนไปสู่ส่วนล่าง และจากส่วนกลางไปสู่ส่วนข้างที่ไกลตัวออกไป เช่น  เด็กสามารถขยับแขนขาได้ก่อนนิ้ว  สามารถมองเห็นของใหญ่ได้ก่อนของเล็ก ศรีษะของเด็กจะเจริญเติบโตเร็วกว่าส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย
3. พัฒนาการทั้งหลายเป็นสิ่งที่ต่อเนื่องกันไป โดยพัฒนาการทุกขั้นดำเนินการมาตั้งแต่อดีตและดำเนินการมาเรื่อย ๆ ต่อไปอีก เช่น  ฟันของเด็กที่งอกเมื่ออายุ 6 เดือน นั้น  มีพัฒนาการตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาแล้ว
4. อัตราพัฒนาการของเด็กแต่ละคนอาจแตกต่างกันไปได้ เนื่องจากธรมชาติได้สร้างเด็กแต่ละคนให้มีลักษณะต่าง  ๆ  กัน บางคนเจริญเติบโตช้า  บางคนเจริญเติบโตเร็ว ถือว่าไม่ใช่เรื่องน่าวิตกแต่อย่างใด
5. อัตราพัฒนาส่วนต่าง ๆ ของร่างกายแตกต่างกัน โดยส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมิได้เจริญเติบโตด้วยอัตราเร็วเท่ากันหมด บางส่วนอาจเจริญเร็วกว่าบางส่วน เช่น ขนาดสมองจะเจริญเร็วอย่างถึงที่สุดเมื่อประมาณอายุ 6 - 8 ปี ส่วนมือ เท้า จมูก จะเจริญสูงสุดเมื่อเข้าสู่วัยแรกรุ่น  หัวใจ  ปอด  ตับ และระบบย่อยอาหารจะเจริญอย่างรวดเร็วในระยะวัยรุ่น สำหรับความคิดสร้างสรรค์จะเจริญได้เร็วในวัยเด็กและถึงสูงสุดเมือ่ย่างเข้าสู่วันหนุ่มสาว
6. พัฒนาการของคุณสมบัติต่าง ๆ มักจะสัมพันธ์กัน เช่น เด็กเฉลียวฉลาดร่างกายสมบูรณ์ มักเรียนหนังสือได้ดีสามารถปรับตัวเข้ากับสังคมได้ง่าย ส่วนเด็กที่มีสติปัญญาที่ไม่ค่อยดีนักหรือเด็กที่มีสุขภาพที่ไม่สมบูรณ์ มักเรียนหนังสือไม่เก่งและยังปรับตัวเข้ากับสังคมได้ไม่ดีอีกด้วย  แต่บางกรณีเด็กที่สุขภาพไม่ดี ไม่ได้เล่นกีฬาและสังคมกับเพื่อนฝูง แต่มุ่งมั่นสนใจเรียน ทำให้เรียนเก่งได้เหมือนกัน
7. พัฒนาการของเด็กอาจทำนายได้ เนื่องจากอัตราพัฒนาการของเด็กที่ปกติ ส่วนใหญ่มักคงที่ เราจึงพอที่จะทำนายได้ว่า จะมีพฤติกรรมใดเกิดขึ้นเวลาใด เช่น เด็กมักพูดได้เมื่ออายุ 16 เดือนและเริ่มเดินได้เมื่ออายุ 14 เดือน
8. พฤติกรรมบางชนิด ผู้ใหญ่อาจถือว่าเป็นพฤติกรรมที่เป็นปัญหา แต่แท้ที่จริงแล้วเป็นพฤติกรรมที่ปกติของเด็ก ซึ่งเป็นไปตามลักษณะของการพัฒนาการนั่นเอง เช่น เด็กอายุ 3 ปี จะมีพฤติกรรมที่ไม่สมดุลกัน เช่น กลัวตกจากที่สูง ชอบกัดเล็บ มีอารมร์ไม่มั่นคงต้องการให้มีคนคอยสนใจ พฤติกรรมดังกล่าวจะหายไปเมื่ออายุมากขึ้น