ความเป็นมาของการวัด

                ในสมัยโบราณบรรพบุรุษของเรายังไม่มีเครื่องมือที่เป็นมาตรฐานเกี่ยวกับการวัดระยะทาง เวลา พื้นที่ และปริมาตร  จนบางครั้งเกิดปัญหาการสื่อความหมายไม่ตรงกัน เมื่อมีการติดต่อไปมาระหว่างชุมชน มีการซื้อขายแลกเปลี่ยน ทำให้ต้องมีหน่วยการวัดและเครื่องมือที่ใช้ในการวัดที่ชัดเจนเพื่อสื่อความหมายได้ตรงกันมากขึ้น

                สำหรับการวัดความยาวมีวิวัฒนาการเป็นลำดับคร่าวๆ โดยในระยะแรกๆ มีการใช้ส่วนต่างๆ ของร่างกายเป็นเกณฑ์อ้างอิง เช่น  1 นิ้ว , 1 คืบ , 1 ศอก , 1 วา แต่ก็ยังไม่สามารถบอกความชัดเจนได้อยู่ดี เพราะ คืบ , ศอก , วา ของแค่ละชุมชนที่ใช้ในการวัดยาวไม่เท่ากัน

                ต่อมาจึงได้พัฒนาหน่วยการวัดให้เป็นมาตรฐานสากล ที่นิยมใช้กัน คือ

ระบบอังกฤษ  จะมีหน่วยวัดความยาวเป็น นิ้ว , ฟุต , หลา  และ ไมล์ เป็นต้น

ระบบเมตริก ถือกำเนิดขึ้นที่ประเทศฝรั่งเศส เมื่อปี พ.ศ . 2336 กำหนดหน่วยความยาวเป็น เซนติเมตร , เมตร และ กิโลเมตร เป็นต้น

                สำหรับในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2466 ได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัดโดยใช้หน่วยการวัดของระบบเมตริก  โดยพระราชบัญญัติได้กำหนดไว้เฉพาะหน่วยการวัดความยาว พื้นที่ ปริมาตร และมวล  ซื้อมุ่งประสงค์สำหรับไว้ใช้โดยเฉพาะในการซื้อขาย เช่น

                2                ศอก                เท่ากับ                1                วา

                1                ไร่                เท่ากับ                1,600                ตาราเมตร

                1                บาท                เท่ากับ                15                กรัม

                เมื่อปี พ.ศ. 2503 องค์การระหว่างประเทศว่าด้วยมาตรฐาน ( International Organization for Standardization หรือชื่อย่อ ISO )  ได้กำหนดให้มีระบบการวัดใหม่ขึ้น เพื่อใช้ในการวัดทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้เป็นระบบเดียวกันทั่วโลก เรียกว่า ระบบระหว่างประเทศ (  System International  d’ Unites )  หรือเรียกว่า SI  ได้แก่

                เมตร ( Meter : m )                           เป็นหน่วยใช้วัดความยาว

                กิโลกรัม ( Kilogramme : kg )         เป็นหน่วยใช้วัดมวล

                วินาที ( Second : s )                           เป็นหน่วยใช้วัดเวลา

                แอมแปร์ ( Ampere : A )                     เป็นหน่วยใช้วัดกระแสไฟฟ้า

                เคลวิน( Kelvin : K )                           เป็นหน่วยใช้วัดอุณหภูมิ

                เคนเดลา ( Candela : cd )                    เป็นหน่วยใช้วัดความเข้มของการส่องสว่าง

                โมล( Mole : mol )                          เป็นหน่วยใช้วัดปริมาณของสาร

                นอกจากจะมีหน่วยวัดที่เป็นมาตรฐานสากลแล้ว เครื่องมือที่ใช้วัดก็มีความสำคัญมากเช่นกัน  อย่างไรก็ตามในชีวิตประจำวันเราไม่อาจนำเครื่องมือที่ใช้ไปใช้ในทุกสถานที่ ทุกเวลาได้ จำเป็นต้องประมาณความยาวหรือปริมาณของสิ่งต่างๆ ที่ต้องการทราบ การบอกค่าประมาณของปริมาณของสิ่งต่างๆ โดยไม่ได้วัดจริง เรียกว่า การคาดคะเน