บทเรียนทางคอมพิวเตอร์

เรื่องสมบัติของทองแดง

ประการสอนสาระเพิ่มเติมเคมี  (45210)

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

โดยนางสมรักษ์   สีหาภาค

 

                  

 

ทองแดง (Cu)

                   ในธรรมชาติทองแดงส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปของแร่ซัลไฟด์และออกไซด์  และแร่ทองแดงส่วนใหญ่จะมีทองแดงเป็นส่วนประกอบไม่มากนัก

                   แร่ที่สำคัญของทองแดงคือแร่คาลโคไพไรต์หรือคอปเปอร์ไพไรต์ นอกจากนี้มีในแร่อื่นๆ เช่น คาลโคไซต์ ,คิวไปรต์ ,มาลาไคต์  การสกัดโลหะ Cu ออกจากแร่โดยทั่วๆ ไปมักจะนำแร่มาเผาในอากาศให้เป็นออกไซด์ และซัลไฟต์แล้วเผาต่อจนได้โลหะ Cu หรือนำมาเผากับคาร์บอน

                               

สมบัติทั่วๆ ไปของทองแดง

                   1. ทองแดงเป็นโลหะค่อนข้างอ่อน มีสีน้ำตาลแดง สามารถตีแผ่เป็นแผ่น และดึงเป็นเส้นได้ หรือทำให้เป็นรูปต่างๆ ได้ง่าย เป็นธาตุที่นำความร้อนและนำไฟฟ้าได้ดีมากรองจาก Ag

                   2. มีจุดหลอมเหลวและจุดเดือดค่อนข้างสูง

                   3. เลขออกซิเดชันที่สำคัญคือ  +1 และ  +2 โดย ไม่เสถียรเมื่ออยู่ในน้ำ แต่สารประกอบเชิงซ้อนของ เสถียรและละลายอยู่ในน้ำได้

                   4. Cu  สามารถทำปฏิกิริยากับธาตุอโลหะบางชนิดเกิดเป็นสารประกอบได้

ประโยชน์และโทษโดยทั่วไปของทองแดง

                   1. เนื่องจากเป็นโลหะอ่อน จึงจัดเป็นรูปร่างต่างๆ ได้ง่าย นำไฟฟ้าได้ดี ประโยชน์ส่วนใหญ่จึงใช้ในแง่ของงานด้านไฟฟ้า เช่น ทำสายไฟฟ้า อุปกรณ์และเครื่องมือไฟฟ้าต่างๆ หม้อนำรถยนต์

                   2. โลหะผสมของ Cu มีส่วนสำคัญต่องานต่างๆ มากมาย เช่น  โลหะผสม Cu-Zn เรียกว่า ทองเหลือง ใช้ประโยชน์สำหรับทำกลอนประตู ปลอกกระสุนปืน กุญแจ กระดุม และใบพัดเรือ เป็นต้น

                   โลหะผสม Cu-Sn  เรียกว่า  ทองสัมฤทธิ์  ใช้ทำลานนาฬิกา ปืนใหญ่ ทำระฆัง

                   โลหะผสม Cu-Al  ก็จัดว่าเป็นทองสัมฤทธิ์อีกประเภทหนึ่ง ถ้ามี Al  25% จะมีสีคล้ายทองจึงใช้ทำทองเทียมได้

                   โลหะผสม Co 75% Ni  25%  ใช้ทำเหรียญกระษาปณ์

                   3. สารประกอบของทองแดง ถ้ามีปริมาณมากๆ จะเป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิต ดังนั้นจึงใช้สารประกอบของทองแดงบางชนิด เช่น คอปเปอร์(II) ออกไซด์ ทำยาฆ่าแมลง และฆ่าเชื้อรา

                4. ร่างกายของคนก็ต้องการทองแดงเพื่อใช้ในกระบวนการทางชีวเคมีเฉพาะอย่าง ซึ่งถ้าขาดธาตุทองแดง อาจทำให้เกิดความบกพร่องในการสังเคราะห์ไขมันบางชนิด รวมทั้งทำให้เกิดโรคโลหิตจาก เพราะร่างกายดูดซึมเหล็กไม่ได้