0210     นางเรืองรอง  ประทุมเวียง

[[[[[[[[[[

สถานการณ์ทางการเมืองดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย  เพราะรัฐบาลใช้ “ธรรมนูญการปกครองแห่งราชอาณาจักไทย  พุทธศักราช 2502” ซึ่งมีมาตรา 17 ที่ให้อำนาจนายกรัฐมนตรีไว้มาก  และไม่มีสภาผู้แทนราษฎร  มีแต่สภาร่างรัฐธรรมนูญ  จึงไม่มีกลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล  หนังสือพิมพ์ยังถูกปิดกั้นความคิดเห็นอีกด้วย

                  ต่อมารัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร  ประกาศใช้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช 2511  มีสาระดังนี้

                  ด้านนิติบัญญัติ มี 2 สภา    ได้แก่

1.    วุฒิสภา  ประกอบด้วย  สมาชิกที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิ  มีอายุไม่ต่ำกว่า 40 ปี  มีสัญชาติไทย  มีจำนวน 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  อยู่ในตำแหน่งวาระคราวละ 6 ปี  แต่ปีที่ 3 เปลี่ยนสมาชิกกึ่งหนึ่ง  คราวแรกใช้วิธีจับสลากออก

2.    สภาผู้แทนราษฎร  ประกอบด้วยสมาชิกที่ราษฎรเลือกตั้ง  โดยให้ราษฎร 150,000 คน มีสมาชิกได้ 1 คน  จังหวัดใดมีพลเมืองไม่ถึง  150,000 คน  ถ้ามีเศษเกินกว่า 75,000 คน  ก็ให้นับเป็น 150,000 คน

สมาชิกผู้แทนราษฎรต้องมีอายุ 23 ปีบริบูรณ์  มีสัญชาติไทย

                   สำหรับรัฐมนตรีจะเป็นสมาชิกวุฒิสภาหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในคราวเดียวกันไม่ได้  แต่ไม่มีข้อห้ามข้าราชการดำรงตำแหน่งทางการเมือง  ต่อมารัฐบาลได้ประกาศใช้  “พระราชบัญญัติพรรคการเมือง  .. 2511” มีพรรคการเมืองขอจดทะเบียนจำนวน 15 พรรค  รัฐบาลได้จัดตั้งพรรค “สหประชาไทย” ขึ้นมา  เพื่อส่งสมาชิกของพรรครับเลือกตั้ง  มีจอมพลถนอม  กิตติขจรเป็นหัวหน้าพรรค  รัฐบาลจัดให้มีการเลือกตั้ง  .. 2512  ปรากฎว่าพรรคสหประชาไทย เป็นพรรครัฐบาลได้รับเลือกตั้งมากกว่าพรรคการเมืองอื่น ๆ รองลงมาคือพรรคประชาธิปัตย์  หลังจากนั้นได้มีพระบรมราชองการโปรดเกล้าฯให้จอมพลถนอม  กิตติขจรดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง โดยไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2512 

                   เมื่อเข้ารับตำแหน่งนายกอีกครั้งจอมพลถนอม กิตติขจร ได้พบอุปสรรคในการบริหารประเทศหลายประการจนไม่สามารถบริหารประเทศไปได้อีก  ได้แก่  ปัญหา ความขัดแย้งระหว่างรัฐมนตรีในคณะรัฐบาล  ความขัดแย้งระหว่างรัฐมนตรีกับนักหนังสือพิมพ์  รัฐบาลขัดขวางกิจกรรมทางการเมือง  ได้แก่ การอภิปรายและการสัมมนาของสมาชิกพรรคการเมืองฝ่ายค้าน  การต่ออายุราชการจอมพลถนอม  กิตติขจรหลังเกษียณอายุ 1 ปี ปัญหาทุจริตในวงราชการ  ซึ่งบุคคลในคณะรัฐบาลมีส่วนเกี่ยวข้อง  ความขัดแย้งระหว่างสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพรรครัฐบาลที่ต้องการตำแหน่งหน้าที่และผลประโยชน์ตอบแทนจากการสนับสนุนรัฐบาล  ด้วยเหตุนี้  ทำให้จอมพลถนอม  กิตติขจร

ไม่สามารถบริหารประเทศให้ราบรื่นต่อไปได้  จึงได้ทำการปฏิวัติยึดอำนาจการปกครองรัฐบาลตัวเอง  ในวันที  17 พฤศจิกายน  2514