HOME   |   ABOUT US   |    SERVICE   |   PARTNERS   |   FAQ
      กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ ๑
วิชา พระพุทธศาสนา ( ส ๓๒๒๓ )
ชั้น  มัธยมศึกษาปีที่ ๑
ใบความรู้ที่ ๑
เรื่อง พระพุทธศาสนาในประเทศไทยตั้งแต่สมัยสุโขทัยจนถึงปัจจุบัน
ใช้ประกอบแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑
 
ผู้สอน  นายจำเนียร  บัวแก้ว
 
           พระพุทธศาสนาในประเทศไทยตั้งแต่สมัยสุโขทัยจนถึงปัจจุบัน
นับตั้งแต่ประเทศไทยได้สถาปนาอาณาจักรสุโขทัยเป็นต้นมา   ได้มีการเผยแผ่และยอมรับ นับถือพระพุทธศาสนาทั้งนิกายเถรวาทและนิกายมหายานสืบเนื่องติดต่อกันมาตามลำดับ  ดั้งนี้
 
          สมัยสุโขทัย
เมื่อ พ.ศ.๑๘๐๒ พ่อขุนรามคำแหงมหาราชโปรดเกล้าฯให้นิมนต์สมเด็จพระมหาเถสังฆราชพร้อมด้วยคณะสงฆ์นิกายลังกาวงค์จากเมืองนครศรีธรรมราชขึ้นมาเทศนาสั่งสอนประชาชนที่กรุงสุโขทัย  โดยให้จำพรรษาอยู่ที่วัดอรัญญิก  ปรากฏว่าพระสงฆ์นิกายลังกาวงศ์นี้ เป็นที่เคารพนับถือของชาวเมืองสุโขทัย  ทำให้พระพุทธศาสนาเผยแผ่ขยายไปทั่วอาณาจักรสุโขทัยนับตั้งแต่นั้นมา
 
        สมัยล้านนา
เมื่อ พ.ศ. ๑๙๑๒  พระเจ้ากือนาแห่งอาณาจักรล้านนา ได้ส่งพระราชทูตมายังกรุงสุโขทัย ทูลอาราธนาพระมหาสุมนเถระ จากพระเจ้าลิไท  ไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาและนำพระบรมสารีริกธาตุไปยังล้านนา นับเป็นการเริ่มต้นพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทแบบลังกาวงศ์ในล้านนาดินแดนของภาคเหนือของไทยนับตั้งแต่บัดนั้นมา
 
         สมัยอยุธยา
อาณาจักรอยุธยาได้รับอิทธิพลการนับถือพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทแบบลังกาวงศ์มาจากอาณาจักรสุโขทัย  พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ทรงทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาเป็นอย่างดีเช่น
           สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ทรงสละราชสมบัติออกผนวช เป็นเวลา ๘ เดือนโปรดให้ประชุมกวีแต่หนังสือมหาชาติคำหลวง โปรดให้สร้างวัดพระศรีสรรเพชญ์ขึ้นในพระบรมราชวังฯลฯ
          พระเจ้าทรงธรรม ทรงศึกษาพระปริยัติธรรมมาตั้งแต่ผนวช โปรดให้สร้างมณฑปครอบพระพุทธบาทที่สระบุรี โปรดให้ราชบัณฑิตแต่กาพย์มหาชาติฯลฯ
          สมเด็จพระนารายณ์มหาราช  พระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์แก่ผู้บวชเรียนเป็นอย่างดีไม่ต้องรับราชการ เป็นเหตุให้มีคนหลบเลี่ยงราชการไปบวชกันมาก จนต้องมีการทดสอบความรู้ และผู้ปลอมบวชถูกบังคับให้ลาสิขาเป็นจำนวนมาก
          พระเจ้าอยู่หัวบรมโกษฐ์  ทรงส่งเสริมอุปสมบท ผู้ที่จะเป็นขุนนางได้ต้องเป็นผุ้ที่บวชมาแล้วเจ้านายพระราชวังก็ผนวชทุกพระองค์  ในราชกาลนี้  มีวรรณคดีทางพระพุทธศาสนาหลายเรื่อง เช่น นันโทปนันทสูตรคำหลวง  พระมาลัยคำหลวง  ปุณโณวาทคำฉันท์  เป็นต้น
         เมื่อ พ.ศ.๒๒๙๖ พระพุทธศาสนาในประเทศลังกาเสื่อมลงเกือบสิ้นสมวงศ์  พระเจ้ากีรติสิริราชสิงห์แห่
ลังกาได้ส่งคณะทูตมายังกรุงศรีอยุธยา ขอพระสงฆ์ไทยไปทำการอุปสมบทแก่ชาวลังกา พระเจ้าอยู่หัวบรมโกษฐ์จึงได้ทรงส่งพระอุบาลีกับพระอริยมุนี พร้อมด้วยคณะสงฆ์อีก  ๑๕ รูป เดินทางไปยังลังกา คณะสงฆ์ไทยได้อุปสมบทกุลบุตรชาวลังกาจำนวนมาก และช่วยกันวางรากฐานพระพุทธศาสนาในลังกาจนมั่นคงเป็นปรึกแผ่น ต่อมาเกิดเป็นนิกายเรียกว่า อุบาลีวงศ์หรือสยามวงศ์ ขึ้นในลังกาสืบมาจนถึงทุกวันนี้
 
           สมัยธนบุรี
หลังจากสถาปนาธนบุรีแล้ว  สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชก็ได้ทรงฟื้นฟูพระพุทธศาสนา  ซึ่งเสื่อมโทรมไปเพราะสงครามคราวเสียกรุงครั้งที่ ๒ ให้แก่พม่าโดยทรงรับสั่งให้สืบหาพระสงฆ์ที่ทรงคุณธรรมจากทั่วทุกแห่งให้มาประชุมกัน  ที่วัดบางหว้าใหญ่ ( วัดระฆังโฆสิตารามในปัจจุบัน ) เพื่อคัดเลือกพระสงฆ์ที่มีคุณสมบัติขึ้เป็นสมเด็จพระสังฆราชซึ่งในที่ประชุมได้พร้อมใจกันเลือกพระอาจารย์ศรี  วัดประดู่  แห่งกรุงศรีอยุธยาเป็นสมเด็จพระสังฆราชรับผิดชอบในการฟื้นฟูบูรณะพระพุทธศาสนา   ตั้งแต่นั้นมาพระพุทธศาสนาก็กลับฟื้นคืนสู่ความเจริญรุ่งเรืองดังเดิม
 
           สมัยรัตนโกสินทร
พระพุทธศาสนาที่คนไทยนับถือยังคงเป็นนิกายเถรวาาทแบบลังกาวงศ์พระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ก็ทรงเป็นพุทธมามกะและทรงเป็นอัครศาสสนูปถัมภ์พระพุทธศาสนามาตลอด  เช่น
           รัชกาลที่ ๑ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช  หลังจากทรงให้ย้ายราชธานีจากรุงธนบุรีมาที่กรุงเทพมหานครแล้วก็ทรงทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา  เช่น  โปรดให้สร้างวัดพระศรีรัตนศาสดารามเป็นวัดในพระบรมมหาราชวัง  ทรงประกาศใช้กฎหมายคณะสงฆ์ ทรงให้ทำการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่  ๙  แห่งพระพุทธศาสนา   ณ  วัดศรีสรรเพชญ์ (วัดพระมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ในปัจจุบัน)
           รัชกาลที่ ๓ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้สร้างและปฏิสังขรวัดต่าง ๆ  มากที่สุด รวมทั้งสิ้น  ๕๓  วัด  ทรงให้ชำระพระไตรปิฎก  ทรงส่งสมณฑูตไปลังกา ๒  ครั้ง  และในราชกาลนี้ได้เกิดคณะสงฆ์ใหม่เรียกว่า  คณะธรรมยุต  ต่อมาเรียกว่า  ธรรมยุตกนิกาย
           รัชกาลที่ ๕ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  โปรดให้ชำระพระไตรปิฎก  และพิมพ์พระไตรปิฎกด้วยอักษรไทยเป็นครั้งแรก  ทรงสถาปนาสถาบันการศึกษาของคณะสงฆ์ไทย  ๒ แห่ง  คือ มหาจุฬาลงกรราชวิทยาลัย  และมหามกุฎราชวิทยาลัยโปรดให้ตราพระราชบัญญัติคณะสงฆ์
ร.ศ.  ๑๒๑  นอกจากนี้ยังทรงให้สร้างวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามวัดเบญจมบพิตรสถิตมหาสีมาราม  เป็นต้น
          รัชกาลที่ ๗ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้จัดพิมพ์พระไตรปิฎกเป็นเล่ม  จำนวน   ๔๕ เล่ม  เรียกว่า  พระไตรปิฎกสยามรัฐ  นอกจากนี้ยังโปรดให้มีการแต่งหนังสือสอนพระพุทธศาสนาสำหรับเด็ก  และแจกจ่ายในงานพระราชพิธีวิสาขบูชาเป็นประจำทุกปี
          รัชกาลที่ ๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงปฏิบัติภารกิจเกี่ยวกับศาสนา
และทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาในด้านต่างๆเป็นอย่างดียิ่ง เช่น ทรงผนวชเป็นพระภิกษุ  ทรงให้มีการสังคายนาพระไตรปิฎก  ทรงให้ประกาศวันอาสาฬหบูชา  เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาทรงให้มีการสร้างพุทธมณฑล  เนื่องในโอกาสฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ ที่จังหวัดนครปฐม  เป็นต้น
 
 
WHAT'S  NEW?
 
Double click to edit text.
 
SPECIAL  OFFER
 
Double click to edit text.
YOUR VERY NICE
SLOGAN GOES HERE...